การขยายพันธุ์พืช

ความหมายของการขยายพันธุ์พืช
    การขยายพันธุ์พืช ( Plant Propagation) หมายถึง การเพิ่มหรือทวีจำนวนต้นพืชให้มีมากขึ้นหรือหมายถึงการเพิ่มจำนวนพืชจากที่มีอยู่ แต่ไม่รวมถึงการเพิ่มจำนวนต้นพืชด้วยวิธีที่นำมาจากที่อื่น
 

การขยายพันธุ์พืชแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่
1. การขยายพันธุ์พืชโดยอาศัยเพศ ( Seed or Sexual propagation)
2. การขยายพันธุ์พืชโดยไม่อาศัยเพศ หรือใช้ส่วนต่างๆของต้น   (Asexual propagation)       

หลักการขยายพันธุ์พืช
       การขยายพันธุ์พืชให้ประสบผลสำเร็จต้องมีความรู้ดังนี้    คือ
1. ต้องมีทักษะในการขยายพันธุ์พืช ผู้ที่จะทำการขยายพันธุ์ไม่ว่าจะเป็นวิธีการตอนกิ่ง การต่อกิ่ง ติดตา และทาบกิ่ง จำเป็นที่จะต้องฝึกปฏิบัติหัดเพื่อให้เกิดความชำนาญ

2. ต้องรู้จักโครงสร้างภายในต้นพืชและนิสัยการเจริญเติบโตของพืชและควรมีความรู้พื้นฐานทาง     ด้านพฤกษศาสตร์ พืชสวน พันธุศาสตร์ และสรีรวิทยาของพืช ความรู้พื้นฐานเหล่านี้มีส่วนช่วยให้การขยายพันธุ์ประสบผลสำเร็จอย่างมาก

3. ต้องรู้จักชนิดของพืชและวิธีการขยายพันธุ์ที่ให้ผลแน่นอน ซึ่งพืชแต่ละชนิดมีความยากง่ายในการขยายพันธุ์แตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องทราบถึงเทคนิคต่างๆ ในพืชแต่ละชนิด ซึ่งความรู้อาจได้จากการศึกษาจากเอกสารทางวิชาการหรือจากผู้ที่มีประสบการณ์หรืออาจทำการศึกษาทดลองค้นคว้าด้วยตนเอง

ความสำคัญของการขยายพันธุ์พืช

 1. ความสำคัญต่อการดำรงพันธุ์ของพืช การขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศมักทำให้เกิดการ กลายพันธุ์ ดังนั้นการที่จะคงพันธุ์พืชที่ดีไว้จึงจำเป็นที่จะต้องหาวิธีการขยายพันธุ์โดยวิธีการอื่นที่ไม่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยการขยายพันธุ์โดยไม่อาศัยเพศเช่น ตัดชำ ตอนกิ่ง ต่อกิ่งและทาบกิ่งเป็นต้น
 
2.  เพื่อหาพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิม เช่น การขยายพันธุ์โดยอาศัยเพศ หรือใช้เมล็ดเพาะปลูก ถึงแม้จะทำให้ มีโอกาสกลายพันธุ์ได้มาก แต่การกลายพันธุ์อาจได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะที่ดีกว่าเดิม เช่น ลำไยพันธุ์ต่างๆ ที่ปลูกในภาคเหนือ ซึ่งเป็นพันธุ์ที่นำมาจากประเทศจีน ต่อมามีการกลายพันธุ์เกิดขึ้นทำให้ได้ลักษณะพันธุ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าพันธุ์เดิม
 
3. ความสำคัญต่ออาชีพเกษตร อาชีพเกษตรมีความผูกพันธ์กับการขยายพันธุ์พืชอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะสาขาพืช ไม่ว่าจะมีอาชีพปลูกพืชชนิดใด จะต้องเกี่ยวข้องกับการขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มปริมาณอยู่ตลอดเวลา จึงควรอย่างยิ่งที่เกษตรกรสาขาพืชจะเรียนรู้หลักการและวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ถูกต้อง และเหมาะสมเพื่อช่วยการประกอบอาชีพการเกษตรให้ประสบความสำเร็จและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วิธีการขยายพันธุ์พืช

1. การตอนกิ่ง  คือ  การทำให้ส่วนของพืชเกิดรากในขณะที่ยังติดอยู่กับต้นแม่ คือ ทำให้เกิดรากพิเศษ  (adventitious roots)  เมื่อกิ่งออกรากดีแล้วก็ตัดไปปลูก ต้นพืชที่ปลูกและตั้งตัวได้ดีแล้ว จะกลายเป็นต้นพืชต้นใหม่ต่อไป สำหรับการตอนกิ่งเป็นวิธีการขยายพันธุ์ไม้ผลวิธีการหนึ่งที่นิยมทำกันมากเพราะสามารถกระทำได้โดยง่าย สะดวก และใช้อุปกรณ์น้อย
 
2.  การตัดชำ คือ การตัดส่วนใดส่วนหนึ่งของต้น ใบ หรือรากของพืช แล้วนำมาชำไว้ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดรากและยอด และพัฒนาเป็นพืชต้นใหม่ โดย

ที่ต้นใหม่มีลักษณะเหมือนต้นแม่ทุกประการ
 
3.การต่อกิ่งหรือการเสียบกิ่งคือการสอดส่วนของพืชหรือกิ่งพืชต้นหนึ่งลงบนต้นพืชอีกต้นหนึ่ง และส่วนทั้งสองของพืชจะเชื่อมประสานติดต่อกัน และเจริญไปเป็นพืชต้นใหม่ โดยส่วนที่อยู่ใต้รอยต่อจะทำหน้าที่เป็นรากดูดน้ำ และแร่ธาตุอาหาร เรียกว่า ต้นตอ  (rootstock, understock, stock)  และส่วนที่อยู่เหนือรอยต่อจะทำหน้าที่เป็นกิ่งก้านสาขาที่ให้ดอกและผลเร็วกว่ากิ่งพันธุ์ดี  (Scion or cion)
 
4. การติดตาการนำเอาตาของกิ่งพันธุ์ที่ดีเพียงตาเดียวมาติดบนต้นตอ แผ่นตาอาจจะลอกเนื้อไม้ออกหรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดพืช และวิธีการติดตา อาจเรียกการติดตาว่าการต่อตา  (bud grafting)
 
5.การทาบกิ่ง  คือ การนำต้นพืชสองต้น ซึ่งต่างก็ยังมีรากเหมือนกัน มาทำการเชื่อมติดเป็นต้นเดียว หลังจากที่รอยต่อเชื่อมกันสนิทดีและต้นตอมีรากในปริมาณที่มากพอจึงตัดกิ่งลงมาชำ
 
6.การแยก  (Separation)  คือ การแยกส่วนของพืชออกจากกัน เช่น การแยกหัวของหอมแบ่ง หรือการแยกกระจุกหัวของแกลดิโอลัส  ส่วนการแบ่ง  (Division)  คือ การตัดออกเป็นชิ้นๆ แต่ละชิ้นมีตาซึ่งจะทำให้กำเนิดเป็นพืชต้นใหม่ขึ้น  เช่น มันฝรั่ง  เป็นต้น

Leave a comment »

พรรณไม้สวยงาม

 

10 พรรณไม้สวยงาม ที่นิยมนำมาจัดสวน

พรรณไม้ที่มีความสวยงาม นิยมนำมาใช้ในการจัดสวน ปลูกเลี้ยงง่าย แต่ให้ประโยชน์คุ้มค่า

1. ลั่นทมหรือลีลาวดี 

พรรณไม้ยอดฮิตอันดับต้นๆ ของสวนสมัยใหม่ ใช้ได้ทั้งรูปแบบสวนธรรมชาติ และสวนแนวโมเดิร์น หรือเพียงปลูกเป็นไม้กระถางต้นเดียวประดับหน้าบ้านก็ดูสวยงาม เก๋ได้ง่ายๆ

ลั่นทม

2. โมก 

ติดอันดับยอดนิยมมานาน และยังอยู่ในตลาดต้นไม้อีกนานเช่นกันสำหรับ โมก ไม้พุ่ม ดอกสีขาว หอม ปลูกเป็นแนวก็ดูดี ปลูกเป็นต้นเดี่ยวๆก็เท่ 

โมก

3.หูกระจง 

ไม้ยืนต้นแสนสง่า ทรงต้นเหมือนร่มที่กางซ้อนเป็นชั้นๆ ใบละเอียดน่ารัก เหมาะกับสวนขนาดใหญ่ หรือสวนที่มีสเปซให้ได้มอง

หูกระจง

4.  กระดาด

ไม้ใบในร่ม ใบใหญ่สวย ให้ความรู้สึกเป็นสวนป่าเขตร้อนชื้นได้ดีมากๆ บางครั้งปลูกกลางแจ้งก็ให้ใบใหญ่ด้วย ขึ้นอยู่กับความชื้น และน้ำ

กระดาด

5.  เฟิร์น 

ไม้ชนิดนี้ไม่ต้องเอ่ยถึงความงาม และสรรพคุณใดๆ ก็คงได้ เพราะเฟิร์นมีหลายชนิดให้เลือกให้เล่นกันจนสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่งสวนได้สวย และขยายพันธุ์ก็ง่าย 

เฟิร์น

6.ซันไฟร์ 

ไม้ดอกต้นนี้ ดอกสวย คล้ายลูกเงาะ สีแดงฉ่ำ ทำให้ใครที่เห็นต้องเหลียวกลับมามอง ปลูกแล้วเพิ่มสีสันให้กับมุมสวนได้ดี 

ซันไฟร์

7.แก้วมุกดา 

ไม้ต้นนี้ กำลังเป็นที่นิยม สวยงาม ต้นโต ดอกสวยหวานหอม ให้ร่มเงา ใบมีสีสว่าง ทำให้มุมสวนไม่ดูคับแคบจนเกินไป

แก้วมุกดา

8.ประยงค์

ไม้ดอกที่นักจัดสวนหลายคนนิยมนำมาจัดสวน ด้วยเหตุผลที่ว่า ปลูกง่าย พุ่มต้นแน่น วางมุมไหน กลุ่มดอกเหลืองๆ เล็กๆ ก็ช่วยให้มุมนั้นสวยเด่นขึ้นมาได้ทันที

ประยงค์

9.ฟอกซ์เทล 

ปาล์มชนิดนี้ สวยสง่า ให้ทั้งร่มเงา และให้ทั้งความงาม ไม่เปลืองเนื้อที่ ทั้งยังปลูกง่าย ปลูกเป็นกลุ่มดูน่าสนใจ 

  ฟอกซ์เทล

10.หนวดปลาดุก 

ปิดท้ายด้วยไม้สุดฮิตสำหรับสวนแทบทุกสไตล์ หนวดปลาดุก เป็นไม้คลุมดินต้นเตี้ยๆ ให้สีขาวเหมือนหญ้า แต่ทนร่มได้ดี

หนวดปลาดุก

Leave a comment »

การตอนกิ่ง

การตอนกิ่ง (Layering)
          การตอนกิ่ง  เป็นวิธีการขยายพันธุ์พืชที่ใช้กันมานานและเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวสวนทั่วๆไป  วิธีการตอนกิ่งที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นวิธีการที่ได้นำมาจากประเทศจีน แต่ได้ดัดแปลงไปบ้างเพื่อความสะดวกในการปฏิบัติ ในยุโรปและอเมริกาก็มีวิธีขยายพันธุ์พืชด้วยการตอนกิ่งเช่นเดียวกัน แต่วิธีการในการตอนกิ่งผิดไปจากวิธีที่รู้จักกันดีในบ้านเราและเรามักเรียกวิธีการตอนกิ่งแบบยุโรปว่า  “การตอนทับกิ่ง”  ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะการตอนกิ่งแบบชาวจีน หรือการตอนกิ่งแบบตอนหุ้มกิ่ง ซึ่งมีวิธีการตอนหุ้มกิ่งหลายแบบ
          ไม่ว่าจะเป็นการตอนกิ่งแบบชาวจีน หรือการตอนทับกิ่งแบบชาวยุโรป  โดยหลักการในการ ตอนต้นพืชแล้วก็คือ การทำให้ต้นหรือกิ่งพืชออกรากขณะที่ยังติดอยู่กับต้นแม่ หลังจากต้นหรือกิ่งพืชออกรากดีแล้วจึงตัดไปปลูกภายหลัง  ฉะนั้นโอกาสของการที่กิ่งพืชจะมีชีวิตอยู่รอด จึงดีกว่าการขยายพันธุ์ด้วยการตัดชำ แต่ก็มีข้อเสียอยู่ที่ว่าขยายได้ช้ากว่า  ด้วยเหตุนี้ถ้าต้องการต้นพืชจำนวนมากๆ แล้วมักจะไม่ใช้การขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่ง  เว้นแต่ต้นพืชนั้นจะขยายพันธุ์ไม่ได้ด้วยการตัดชำ หรือออกรากยากกว่าการตอนกิ่งเท่านั้น การตอนกิ่งแบบชาวจีน หรือแบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นวิธีที่ใช้ในการตอนกิ่งพืชพวกไม้พุ่ม และไม้ยืนต้นเป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งพืชพวกไม้ผลและไม้ประดับ เช่น  ลำไย  ลิ้นจี่  ละมุด  ส้มเขียวหวาน  ส้มโอ  กระท้อน  กุหลาบ  มะลิ  ดอนย่า  เป็นต้น  ส่วนวิธีการตอนนั้นปฏิบัติเป็นขั้นๆ ดังนี้
          ก. การเลือกกิ่ง  กิ่งหรือต้นพืชที่จะตอนจะต้องเป็นกิ่งไม่อ่อนและไม่แก่เกินไป  ใบงาม ไม่มีโรคหรือแมลงทำลาย ได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ โดยปกติมักจะเลือกกิ่งกระโดง  ซึ่งอาจจะเป็นกิ่งกระโดงตั้ง๑  หรือกระโดงครีบ๒ ก็ได้
          ข. การทำแผลบนกิ่ง  การทำแผลบนกิ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดของพืช  และความยากง่ายในการงอกราก ซึ่งบางพืชอาจไม่ต้องทำแผลเลยก็สามารถออกรากได้  ส่วนใหญ่มักเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เช่น ต้นสาวน้อยประแป้ง  พลูด่าง  และพลูฉีก พืชบางชนิด อาจใช้วิธีกรีดเปลือกตามยาวของกิ่ง  เช่น  กุหลาบ ยี่โถ  หรือพืชบางชนิดอาจปาดท้องกิ่ง  เช่น  ต้นชวนชม  แต่มีบางชนิดที่ต้องควั่นกิ่งโดยเฉพาะพืชที่ออกรากยาก  มีความจำเป็นที่จะต้องทำแผลโดยการควั่นกิ่ง เพราะการควั่นนอกจากจะทำให้เกิดบริเวณออกรากแล้ว ยังมีผลเกี่ยวกับการสะสมธาตุอาหารรวมทั้งสารฮอร์โมน ให้เกิดขึ้นภายในกิ่งซึ่งจะมีผลดีในการออกรากด้วย  ดังนั้นเพื่อความแน่นอนในเรื่องการออกราก  ชาวสวนทั่วไปจึงใช้วิธีการทำแผลด้วยการควั่นกิ่งแทบทั้งสิ้น
          ค. การทาฮอร์โมน  การใช้ฮอร์โมนเร่งรากทาบริเวณที่ทำแผล หรือบริเวณที่กิ่งจะเกิดราก จะช่วยให้กิ่งพืชเกิดรากดีขึ้น  คือ มีรากมากขึ้น รากเจริญเร็วขึ้น และอาจออกรากเร็วขึ้น  การทาฮอร์โมนปกติจะทาเฉพาะบริเวณที่จะเกิดรากเท่านั้น เช่น บริเวณที่เป็นรอยกรีด  หรือรอยปาด  หรือรอยควั่นตอนบนเท่านั้น และการที่จะใช้ฮอร์โมนตอนต้นพืชฃชนิดใดนั้น ควรจะได้ศึกษาหรือทดลองมาก่อนเพราะต้นพืชแต่ละชนิดออกรากยากง่ายต่างกัน โดย ปกติต้นพืชที่ออกรากไม่ยาก  อาจใช้ฮอร์โมนชนิดอ่อนหรือที่มีความเข้มข้นน้อยๆ ก็เพียงพอ ส่วนต้นพืชที่ออกรากยากๆ จำเป็นต้องใช้ฮอร์โมนแรงๆ หรือที่เข้มข้นมากๆ ตามลำดับ  การใช้ฮอร์โมนที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวนี้  นอกจากจะไม่ได้ผลดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายกิ่งพืชที่ตอน และทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกด้วย
          ง. การหุ้มกิ่งตอน  วัตถุที่จะใช้หุ้มกิ่งตอนอาจใช้วัตถุต่างๆ ได้หลายอย่าง  ข้อสำคัญก็คือวัตถุนั้นๆ ต้องอมความชื้นได้พอ ไม่เป็นพิษกับกิ่งพืช มีราคาถูก  และหาได้ง่าย  เช่น หญ้ามอสส์ (sphagnum moss) กาบมะพร้าวชุบน้ำ  ปุยมะพร้าวผ้ากระสอบป่าน  หรือรากผักตบชวา  แม้กระทั่งดินธรรมดาๆ ทั่วๆ ไปใช้ก็ได้ แต่วัตถุที่นิยมใช้จะ ต้องสะดวกต่อการหุ้ม เช่น ใช้กาบมะพร้าวชุ่มน้ำทุบให้แผ่ ตัดเป็นท่อนให้พอเหมาะกับขนาดกิ่งตอนซึ่งเมื่อจะหุ้มก็จะสามารถหุ้มกิ่งได้ง่าย  ส่วนการหุ้มอาจใช้วัตถุชนิดเดียว  เช่น  หญ้ามอสส์ล้วนๆ หรือกาบมะพร้าวล้วนๆ หรืออาจใช้ดินหุ้มก่อนแล้วหุ้มหญ้ามอสส์ หรือกาบมะพร้าวอีกชั้นหนึ่งก็ได้ ข้อสำคัญก็คือ ต้องพันหรือหุ้มวัตถุหุ้มกิ่งให้แน่นพอสมควร  อย่าให้หมุนหรือคลอนไปมาได้ง่าย และพยายามหุ้มให้กลางกระเปาะวัตถุที่หุ้มอยู่ตรงกับบริเวณที่ออกรากด้วย
          จ. การรักษาความชื้น หลังจากตอนกิ่งแล้วโดยเฉพาะราว ๓-๕ วัน จากที่หุ้มกิ่ง จะต้องรดน้ำกระเปาะตอนหรือมัดวัตถุหุ้มกิ่งที่ตอนนั้นให้ชื้นสม่ำเสมอในการรักษาความชื้นนี้อาจใช้วิธีรดน้ำกระเปาะที่ตอนทุกวัน  หรือใช้วิธีรดทั้งต้นแบบฝนตก  แต่ที่สะดวกก็คือใช้ผ้าพลาสติกหุ้มให้มิด  ทั้งนี้เพื่อมิให้น้ำจากกระเปาะวัตถุนั้นระเหยออก

Leave a comment »

การปลูกผักกางมุ้ง

การปลูกผักกางมุ้ง

การปลูกผักในมุ้งตาข่ายหรือผักกางมุ้ง  หมายถึง การปลูกผักโดยการใช้วิถีการทางธรรมชาติร่วมกับวิถีการอื่น ๆ ที่ปลอดภัย เพื่อทดแทนการใช้สารเคมีและยาปราบศัตรูพืช การปลูกผักวิธีนี้เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกผักที่มีการปลูกหลายรุ่น และปลูกต่อเนื่องกันตลอดปี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเกษตรกรมีการใช้ตาข่ายที่ได้มาตรฐาน ก็จะสามารถป้องกันศัตรูพืชชนิดต่างๆ ได้มากกว่าร้อยละ 70 และยังช่วยป้องกันการเล็ดลอดของแมลงในพืชที่ที่มีการระบาดได้มากถึงร้อยละ 80 อีกด้วย ในการปลูกผักกางมุ้ง นอกจากจะมีประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ยังมีประสิทธิภาพในการจัดการแปลงปลูกสูงด้วย คือ สามารถจะประหยัดการใช้น้ำได้มากกว่าร้อย 50 ทั้งนี้เพราะภายในมุ้งตาข่ายจะมีอุณหภูมิและความชื้นสูงกว่าภายนอก และยังช่วยลดแรงปะทะของเม็ดฝนที่จะให้ผักชะงักการเจริญเติบโต จึงทำให้พืชผักเจริญเติบโตเร็วกว่าปกติอีกด้วย ชนิดของผักที่เหมาะกับการปลูกในมุ้ง ควรเป็นผักที่เสี่ยงต่อการเข้าทำลายของแมลง เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บร๊อคโคลี่ ผักกาด เป็นต้น หรือควรเป็นพืชที่มีผู้นิยมบริโภคและตลาดมีความต้องการสูง

Leave a comment »

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Comments (1) »